เสน่ห์น่าน เสน่ห์เหนือ
สถานที่ 1.ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจังหวัดน่าน 2.วัดภูมินทร์ 3.วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร 4.วัดมิ่งเมือง
ตัวเลือกต้น ๆ ในการเดินทางเพื่อสัมผัสมนต์สเน่ห์ของเมืองเหนือ เมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นเมืองท่องเที่ยวเมืองหนึ่งครับ ที่ได้ชื่อว่าเป็นมิตร ต่อคนพิการและผู้สูงอายุที่รักในการเดินทาง Wheelwego วันนี้เราอยู่กันที่จังหวัดน่านครับ
จุดเริ่มของผมในการเดินทางในจังหวัดน่านวันนี้นะครับ ผมตั้งต้นที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจังหวัดน่านครับ ณ จุดจุดนี้เป็นศูนย์บริการให้ข้อมูลต่าง ๆ ในเรื่องการท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่จังหวัดน่าน และที่สำคัญครับ สำหรับจุดที่ตั้งเอง จุด ๆ นี้เป็นจุดกลางเมืองเลย เท่าที่ผมเห็นนะ บริเวณรอบ ๆ เราสามารถปั่นได้ในรัศมีร้อยกว่าเมตร ก็ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ๆ ของจังหวัดน่านครับ และที่สำคัญเลยครับ คนที่มีข้อจำกัดแบบผมไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุหรือผู้พิการ ไปครับ
การจัดการในพื้นที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวน่าน ต้องขอขอบคุณผู้บริหารเมืองน่านอย่างสูงครับที่ให้คุณค่าและความสำคัญต่อคนพิการ เพราะจากสภาพแวดล้อม ของพื้นที่โดยรวมของที่นี่นั้น ต้องบอกว่าสะดวกมาก ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นทางลาด ห้องน้ำสำหรับคนพิการ ป้ายสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่จอดรถ รวมถึงเบรลล์บล็อกซึ่งช่วยอำนวยความสะดวก ต่อผู้พิการทางสายตา ที่นี่ก็จัดให้อย่างครบครัน
มาน่านแล้ว คงจะเหมือนมาไม่ถึงครับ ถ้าไม่ได้มาที่วัดภูมินทร์แห่งนี้ เพราะความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ ในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่น ที่มีอายุกว่า 400 ปี โดยมี พระอุโบสถจตุรมุข (พระอุโบสถที่ประกอบด้วยมุขสี่ด้าน) ของวัดแห่งนี้กรมศิลปากรได้สันนิษฐานว่า เป็นพระอุโบสถจตุรมุขหลังแรกของประเทศไทย ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ออกไปทางด้านประตูทั้งสี่ทิศ
นอกจากความงดงามของของพระอุโบสถ ภายในได้รับการตบแต่งอย่างสวยงาม ผนังประดับด้วยภาพวาดจิตกรรมที่งดงามหนึ่งในภาพที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ภาพ “ปู่ม่านย่าม่าน ถูกวาดขึ้นช่วงปี พ.ศ. 2410-2417 ซึ่งช่วงนั้นอยู่ในระหว่างการบูรณะซ่อมแซมวัดภูมินทร์ในสมัยเจ้าอนันตฤทธิวรเดชครองเมืองน่าน ซึ่งตรงกับปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุดทั้งด้านองค์ประกอบและอารมณ์ รังสรรค์โดยศิลปินนิรนามที่คาดว่าเป็น หนานบัวผัน ศิลปินชาวไทลื้อ
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.
สำหรับคนที่มีข้อจำกัดอย่างผมนั้นการปั่นชมบริเวณรอบ ๆ นั้นสามารถทำได้ครับ หากแต่การจะขึ้นไปบนพระอุโบสถนั้นอาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้างครับ เพราะมีขั้นบันไดอยู่ทั้งสี่ด้าน ซึ่งพอจะเข้าใจได้ครับว่าด้วยความที่เป็นโบราณสถานอาจจะไม่สะดวกซักเท่าไร แต่การได้ชื่นชมแค่ภายนอก สำหรับผมก็เพียงพอแล้วครับ
ภายในวัดประดิษฐาน เจดีย์ช้างค้ำ เจดีย์ทรงลังกาที่ได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะสุโขทัย ภายเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ รอบฐานองค์พระเจดีย์ก่ออิฐถือปูน มีรูปปั้นช้างครึ่งตัว ด้านละ 5 เชือก และที่มุมทั้งสี่อีก 4 เชือก ลักษณะคล้ายวัดช้างล้อม จังหวัดสุโขทัย ส่วนพระวิหารศิลปะแบบล้านนาและภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดยืนปางประทานอภัย อายุราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 19 ตรงกับสมัยสุโขทัยตอนปลาย
และยังมีพระพุทธรูปที่สำคัญ คือ พระเจ้าหลวงเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิ ปูนปั้นลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้าง 4.50 เมตร สูง 6 เมตร ศิลปะสมัยล้านนา ประดิษฐานอยู่ในวิหารหลวงวัดพระธาตุช้างค้ำแห่งนี้ครับ
พระวิหารหลวงวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เป็นวิหารขนาดใหญ่ รูปทรง สร้างตามสถาปัตยกรรม ทางภาคเหนือ ลักษณะภายในโอ่โถง ด้านหน้ามีสิงห์คู่ ยืนตรงเชิงบันได ด้านละตัว มีทางเข้า 3 ทาง ประตูกลาง ทำเป็นประตูใหญ่ และประตูเล็ก อยู่ด้านซ้ายและด้านขวา
ภายในพระวิหารกว้างขวาง ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดยืนปางประทานอภัยมีเสาปูนกลมขนาดใหญ่ ขนาด 2 คนโอบรอบ จำหลัก ลวดลายปูนปั้นนูนสูงไว้ เหนือจากระดับพื้นพระวิหาร 1.50 เมตร เป็นลวดลาย กนกระย้าย้อย เหมือนลวดลาย ที่เสาในวิหารวัดภูมินทร์
พื้นที่บริเวณรอบวัดเป็นพื้นที่ราบพื้นกระเบื้องสะดวกสำหรับคนพิการ
พระพุทธรูปสำริดยืนปางประทานอภัย อายุราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 19 ตรงกับสมัยสุโขทัยตอนปลาย
สภาพแวดล้อมในพื้นที่วัดสะดวกต่อการเข้าถึงสำหรับคนพิการ
วัดมิ่งเมืองครับ ต้องถือว่าเป็นอีกหนึ่งวัดที่มีความสำคัญมาก ๆ ของจังหวัดน่านครับ เพราะวัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน เดิมเป็นวัดร้าง มีเสาหลักเมืองที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่ ขนาดประมาณสองคนโอบ พบที่ซากวิหาร ในราวปี พ.ศ. 2400 ซึ่งในยุคนั้นครับ เจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าครองนครน่านในสมัยนั้น ได้สถาปนาวัดขึ้นใหม่ ตั้งชื่อว่า วัดมิ่งเมือง ซึ่งพระอุโบสถหลังใหม่ มีความสวยงามในรูปแบบล้านนาร่วมสมัยครับ มีความสวยงาม วิจิตรบรรจงประดับไปด้วยลายปูนปั้นที่พนังด้านนอก ซึ่งเป็นฝีมือตระกูลช่างเชียงแสน ที่มีความวิจิตร งดงามมาก ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคปัจจุบันครับ
