Accessibility Tools

กราฟิก how to ขึ้นเครื่องคนพิการ


How To การขึ้นเครื่องบินสำหรับคนพิการ

มันจะสะดวกไหม❓จะขึ้นได้ยังไง❓ จะมีคนช่วยไหม❓ ห้องน้ำจะเข้าได้หรือป่าว ❓ และอีกมากมาย กับคำถามในเงื่อนไข 108  ในข้อจำกัดของคนพิการกับการเดินทางด้วยเครื่องบินโดยสาร
 
     วันนี้ Wheelwego จะขอรีวิวการเดินทางด้วยเครื่องบินโดยสาร ฉบับคนใช้วีลแชร์ มาแบ่งปันครับ
การเดินทางของผมในวันนี้ขอเริ่มต้นที่สนายบินดอนเมือง โดยมีจุดหมายปลายทางที่สนามบินพิษณุโลก ซึ่งแน่นอนว่าการเดินทางด้วยเครื่องบินโดยสารดูจะเป็นตัวเลือกที่สะดวกในการเดินทาง ด้วยระยะเวลาในการเดินทางที่รวดเร็ว รวมถึงบริการต่าง ๆ ที่ได้รับ ถือว่ามันสะดวกมากๆ และที่สำคัญราคาค่าบริการในปัจจุบันนั้นทุกคนสามารถเข้าถึงบริการนี้ได้อย่างไม่ยาก โดยส่วนตัวผมแล้ว การจองล่วงหน้า ยิ่งนาน ราคายิ่งถูก รวมถึงการจองในช่วงเวลาและวัน ธรรมดา ก็จะยิ่งถูกลงมากกว่าปกติ รวมถึงการจองช่วงเวลาที่มีโปรโมชั่น ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้การจองตั๊วถูกลงอย่างมาก บินในประเทศ ไปกลับ กทม – น่าน ผมจ่ายแค่ 150 บาทก็เคยบินมาแล้ว ถึงตอนนี้ มีตั๊วในมือ พร้อมแล้ว ไปสนามบินดอนเมืองแล้วขึ้นเครื่องด้วยกันครับ
 
      สำหรับผู้โดยสารภายในประเทศ ที่สนามบินดอนเมืองจะใช้อาคารหลังที่ 2 โดยมีจุดจอดรับส่งผู้พิการ บริเวณ ประตูทางออกหมายเลข 9 เมื่อเข้ามาภายในอาคารสนามบิน จะมีที่พักและที่นั้งสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุให้บริการครับ มาลุยกันครับ กับ 5 ขั้นตอน ในการขึ้นเครื่องบินไปชมกันเลย
เช็กอินผ่านเคาน์เตอร์ของสายการบิน

1.เช็กอินผ่านเคาน์เตอร์ของสายการบิน
         สำหรับการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก หลังจากทำการจองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว เราจะได้รับ Itinerary หรือ E-Ticket ซึ่งส่งมาทาง E-mail ให้เราทำการพิมพ์🧾หรือบันทึกเป็นไฟล์ดังกล่าวเป็น PDF หรือรูปภาพไว้ในโทรศัพท์มือถือ ไว้เป็นหลักฐานครับ
แต่ไม่ต้องกังวลใจอะไรมากมาย แค่เรา ไปที่เคาร์เตอร์ แสดงแค่บัตรประจำตัวประชาชนและเที่ยวบินที่เราเดินทางเพียงแค่นี้ก็เรียบร้อยครับ

        และแน่นอนครับว่าสำหรับผู้พิการ เจ้าหน้าที่จะจัดที่นั้งให้เราอยู่ในบริเวณที่สะดวกที่สุด บริเวณที่นั้งในแถวด้านหน้า หากไม่มีผู้โดยสารจองที่นั้งนั้นๆ ล่วงหน้า ครับ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าเราจะได้ที่นั้งไกลจากด้านหน้าเครื่องดังนั้นจึงขอแนะนำครับ ว่าให้เราไปเช๊คอินที่เคาร์เตอร์ล่วงหน้าเผื่อเวลาเยอะไว้ก่อนเจ้าหน้าที่จะได้จัดที่นั้งให้ได้แถวหน้าซึ่งในจุดเช๊คอินนี้หากเป็นผู้พิการที่มีปัญหาในการเคลื่อนไหว สามารถแจ้งขอใช้บริการระวีลแชร์ ได้ครับ และเมื่อขั้นนตอนนี้เสร็จเรียบร้อยเราจะได้ Boarding Pass หรือตั๋วโดยสารครับ

2. สแกนกระเป๋าเข้าสู่ภายภายในพื้นที่เฉพาะผู้โดยสาร
         หลังจากเช๊คอินเรียบร้อย เราจะได้ Boarding Pass หรือตั๊วโดยสารครับ ซึ่งส่วนนี้จะเป็นส่วนที่บอกรายละเอียด ของหมายเลขประตูขึ้นเครื่อง หมายเลยที่นั้ง และรายละเอียดอื่นๆ ในการเดินทาง ถึงตอนนี้เราจะต้องเดินทางต่อเข้าสู่บริเวณพื้นที่ชั้นในของสนามบิน ซึ่งจะอนุญาติเฉพาะ ผู้โดยสารเท่านั้น โดยเราจะต้องแสดง ตั๋วโดยสารและบัตรประจะตัวประชาชน

สำหรับใครที่ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก สิ่งที่ต้องระวังในขั้นตอนสแกนสัมภาระคือ ห้ามนำของเหลวถือขึ้นเครื่องเกินชิ้นละ 100 ml รวมกันไม่เกิน 1000 ml.

และห้ามนำของมีคม วัตถุไวไฟ🔥 อาวุธ🔫 ถือขึ้นเครื่อง เช่น กรรไกร มีด ฯลฯ ขึ้นโดยเด็ดขาดรวมไปถึงห้ามนำ Power Bank ใส่กระเป๋าเดินทางโหลดใต้ท้องเครื่อง แต่สามารถใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
Power Bank 🔋ความจุไฟฟ้า 20,000 mAh (หรือน้อยกว่า 10,000 Wh) นำขึ้นเครื่องได้ไม่ระบุจำนวน

Power Bank 🔋ความจุไฟฟ้า 20,000 – 32,000 mAh (หรือมากกว่า 160 Wh) นำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน

Power Bank 🔋ความจุไฟฟ้ามากกว่า 32,000 mAh (หรือมากกว่า 160 Wh)❌❌ ไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องทุกกรณี

นอกจากนี้ยังจำกัดน้ำหนักกระเป๋าที่จะถือขึ้นเครื่องบินตามกฎของแต่ละสายการบิน

ดังนั้น เราจึงควรตรวจเช็กสิ่งของในกระเป๋าเดินทางให้ดีก่อนการเดินทางซึ่งในส่วนนี้สำหรับผู้พิการจะมีเจ้าหน้าที่ ดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งจะมีการตรวจค้นโดยละเอียดครับทั้งการสแกนกระเป้า และอุปกรณ์ต่างๆ ที่นำติดตัวในการเดินทาง รวมถึงการค้นตัวครับ ซึ่งสำหรับผู้ที่ใช้รถเข็น จะมีเจ้าหน้าที่เฉพาะ ในการค้นตัว โดยเราไม่ต้องย้ายตัวเองจากรถ ซึ่งในขั้นตอนนี้ไม่มีอะไรที่ยุ่งยากครับ ถือว่าผ่านมาได้อย่างสบาย

 

3.เดินทางสู่ช่องทางที่จะขึ้นเครื่องบิน
หลังจากผ่านการสแกนเรียบร้อย

ถึงตอนนี้เราจะต้องเดินทางต่อครับเพื่อไปยัง ทางประตูขึ้นเครื่องบิน ซึ่งในตั๋วจะระบุไว้ครับว่าเราต้องขึ้นเครื่องที่ประตูหมายเลขที่เท่าไร ซึ่งในวันนี้ผมต้องขึ้นเครื่องที่ประตูหมายเลข 55 ซึ่งเป็นทางขึ้นที่อยู่ไกลสุด ซึ่งในส่วนนี้เราต้องออกกำลังกันนิดหน่อยครับ เพราะระยะทางนั้นค่อนข้างไกล และด้วยสภาพพื้นในอาคารเป็นพรม ซึ่งแน่นอนว่าการเข็นรถบนพื้นที่แบบนี้มันจะต้องใช้แรงมากกว่าปกติ ในส่วนนี้เราควรเดินทางไปรอที่ Gate ก่อนเวลาเครื่องออกสัก 30-40 นาที ครับ

สแกนกระเป๋าเข้าสู่ภายภายในพื้นที่เฉพาะผู้โดยสาร
สแกนกระเป๋าเข้าสู่ภายภายในพื้นที่เฉพาะผู้โดยสาร
การขึ้นเครื่องบิน

4.การขึ้นเครื่องบิน
       เมือถึงบริเวณหน้าทประตูขึ้นเครื่อง ตามหมายเลขที่ระบุ ในส่วนนี้จะ จะมีเจ้าหน้าที่ประกาศเรียกขึ้นเครื่องให้เราเตรียมบัตรประชาชนหรือ Passport  และ Boarding Pass  เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบก่อนขึ้นเครื่องบิน ซึ่งสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่จะเรียกก่อนผู้โดยสารทั่วไป เพื่อให้ได้ขึ้นเครื่องก่อนในลำดับแรก ซึ่งในส่วนนี้ จะมีเจ้าหน้าที่ที่คอยช่วยเหลือ ในการนำเข้าสู่ภายในตัวเครื่องบิน ซึ่งแน่นอนครับ ว่าวีลแชร์นั้นจะไม่สามารถเข้าไปถึงบริเวณั้นั้งได้ เพราะด้วยขนาดทางเดินในเครื่องจะมีขนาดที่ไม่กว้างมาก ซึ่งโดยปกติ แต่ละสายการบินจะมึหลักปฏิบัติ ที่คล้ายๆ กันครับ นั้นคือ
    1. การใช้รถวีลแชร์เคบิล ซึ่งจะเป็นรถเข็นขนาดเล็กกว่าปกติสามาถเข็นภายในตัวเครื่องบินได้ โดยให้ผู้โดยสารย้ายตัวเองจากรถเข็นส่วนตัวไปยังวีลแชร์ เคบิล โดยจะมีเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือครับ และเข็นไปยังหมายเลขที่นั้งตามที่ระบุในบัตรโดยสารเครื่องบิน
     2. ในกรณี ที่ไม่มีวีลแชร์เคบิล (ซึ่งอาจจะเป็นไปได้) จะมีเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือด้วยการอุ้ม ไปยังที่นั้ง ซึ่งไม่ต้องกังวลครับเพราะเจ้าหน้าที่จะจัดที่นั้งให้เราในส่วนที่นั้งที่ไกล้ที่สุดครับ.

ลงจากเครื่องบิน

5.ลงจากเครื่องบิน
      เมื่อถึงสนามบินปลายทาง แล้วในเรื่องของการลงจากเครื่องบิน ในเรื่องนี้อาจจะต้องลุ้น กันนิดหน่อยครับ เพราะด้วยความพร้อมของแต่ล่ะสนามบินนั้น มีข้อจำกัดในอุปกรณ์และบุคลกร ที่แตกต่างกัน ดังนั้นแล้ววิธีการลงจากเครื่องสำหรับผู้พิการนั้นโดยประสบการ์ณของผมเองแล้วจะมีหลักปฎิบัติ ที่เคยได้รับ ดังนี้ครับ

1. ข้อต่อทางเชื่อมเข้าสู่ตัวอาคาร วิธีนี้ดูจะเป็นวิธีที่สะดวกสบายที่สุดครับ สำหรับผู้พิการในการลงจากเครื่องและสามารถเข็นรถวีลแชร์ผ่านทางเชื่อมเพื่อเข้าสู่สนามบินได้อย่างสะดวก โดยเจ้าหน้าที่จะนำวีลแชร์ของเรา มารอรับที่หน้าประตูเครื่องบิน

2. รถลิฟท์  เป็นอีกหนึ่งบริการที่สะดวกมากสำหรับผู้พิการในกรณีที่ตัวเครื่องบินนั้นจอดบริเวณลานสนามบินไม่ได้ติดกับตัวอาคาร รถลิฟท์จะทำหน้าที่ในการช่วยยกทั้งเราและรถเข็นลงจากตัวเครื่องบิน จากหน้าประตู นำส่งลงยังตัวอาคารสนามบิน ถือว่าเป็นบริการที่สะดวกมากๆ ครับ แต่การบริการแบบนี้จะมีเฉพาะบางสายการบิน และมีเฉพาะสนามบินขนาดใหญ่เท่านั้น ครับ

3. ทางลาดเชื่อมลงเครื่องบิน ถือเป็นอุปกรณ์ที่ดีครับ ที่เห็นมีตั้งอยู่ในทุกสนามบิน เพราะคนพิการเองสามรถเข็นรถลงจากตัวเครื่องบินได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องยกลงทางบันใดในกรณี ที่เครื่องบินไม่ได้จอดเที่ยบทางเชี่อมอาคาร แต่จากประสบการ์ณที่ตัวเองก็บินอยู่บ่อย แต่เคยได้ใช้แค่ ครั้งเดียว ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามีเหตุอะไร ถึงไม่ค่อยได้ใช้ หรืออาจจะเป็นอุปกรณ์ ตบแต่งสนามบิน อันนี้คือคำถามที่เกิดขึ้นจริงในใจในทุกๆ ครั้งที่มองเห็นโดยไม่ใช้งาน แต่โดยประสบการ์ณส่วนตัวในการใช้งาน 1 ครั้งในชีวิต มันก็สะดวกดีครับ แต่ว่าในเรื่องของความแข็งแรง นั้น แอบมีความหวั่นในใจเพราะด้วยโครงสร้างที่ โดยส่วนตัว ย้ำ ว่าส่วนตัว มันดูบอบบาง และจากการสังเกตระหว่างผู้โดยสารทั่วไปที่เดินลงพร้อมกันในปริมาณ ที่มากพร้อมกัน มันโยกไปโยกมา อยู่ตลอดเวลา แต่เอาเถอะครับ เอาเลือกมาแล้วเขาว่าดี มันก็คงจะดี จริงๆ นั้นแหละ เขามีให้ใช้ก็ดีแล้วใช้ไหมครับ

4. ยกลง บริการนี้เป็นบริการที่ได้รับการบริการ น่าจะบ่อยที่สุด ครับ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ 4 คนช่วยกันยกคนละมุม รถเข็น และยกลงทางบันไดเทียบเครื่องบิน ซึ่งเอาจริงๆ สำหรับผมไม่ติด อะไรน่ะครับ ยังไงก็ยังดีที่มีเจ้าหน้าที่พร้อมใจในการดูแล ซึ่งแน่นอนว่าคนไม่เคยมันก็จะมีเสียวๆ กันบ้างครับในวิธินี้
ซึ่งต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ในการดูแลอย่างสูงครับ

เครื่องบิน airasia
วีลแชร์คันเล็กบนเครื่องบิน
ที่นั่งสำรองสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ คนท้อง และพระ
ทางลาดสำหรับผู้พิการลงจากเครื่อง
จุดรอเครื่อง สำหรับผู้พิการ
Scroll to Top